วิธีการดูแลตัวเองให้สามารถ บริจาคเลือด ได้อย่างต่อเนื่อง

หนึ่งปัญหาที่พบได้บ่อยในผู้ บริจาคเลือด เป็นประจำก็คือ เกิดภาวะเลือดจางกว่าปกติ บางคนมีค่าความเข้มเลือดลดระดับลงมากกว่าที่เคยเป็น จนเลยขีดกำหนดที่จะสามารถบริจาคได้ ต้องงดให้เลือดไปจนกว่าจะกลับมาเป็นปกติ ขณะที่บางคนร่างกายเสียหายจนไม่สามารถบริจาคได้อีกเลย ซึ่งเหตุการณ์เหล่านี้จะไม่เกิดขึ้น หากผู้บริจาคดูแลตัวเองอย่างถูกต้องและครบถ้วน และต่อไปนี้เป็นแนวทางในการดูแลตัวเองขั้นพื้นฐานที่ขาดไม่ได้

ทานวิตามินเสริมให้ครบถ้วน

เชื่อว่าหลายคนทิ้งห่อยาที่ได้มาหลังจาก บริจาคเลือด ไปเลย ไม่ได้สนใจทานตามที่แพทย์แนะนำ ด้วยเห็นว่าทำแบบนี้มาหลายครั้งก็ไม่มีปัญหาอะไร เลือดก็ยังมีค่าความเข้มเหมือนเดิม สามารถบริจาคได้อยู่หลายปี แต่คนที่ประสบปัญหาก็ใช่ว่าจะเห็นผลทันที มันเป็นอาการสะสมไปเรื่อยๆ วันหนึ่งร่างกายจะขาดธาตุเหล็กสะสม ส่งผลกระทบต่อสุขภาพในองค์รวมด้วย ไม่ใช่แค่การให้เลือดเท่านั้น

ทานโปรตีนให้เพียงพอ

แค่การทานยาเม็ดเลือดและวิตามินเสริมให้หมดยังไม่พอ ผู้บริจาคเลือดต้องรู้จักเลือกทานโปรตีนชนิดดีให้เพียงพอกับความต้องการของร่างกายด้วย โปรตีนเป็นสารอาหารสำคัญที่ช่วยฟื้นฟูและซ่อมแซมร่างกาย และแน่นอนว่าหลังจากให้เลือดเรียบร้อยแล้ว ก็จำเป็นต้องบำรุงร่างกายมากเป็นพิเศษ มีหลายเคสที่ความเข้มเลือดไม่ถึงก็เพราะขาดโปรตีนนี่เอง หากไม่อยากยุ่งยากในการสรรหาโปรตีนประเภทเนื้อมาทาน ก็ให้ซื้อไข่มาติดตู้เย็นไว้ ต้มทานวันละฟองก็เป็นอันใช้ได้แล้ว

ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

แม้ว่าการออกกำลังกายจะไม่ได้มีผลต่อค่าความเข้มเลือดโดยตรง แต่มันจะช่วยให้การไหลเวียนเลือดดีขึ้น ค่าความดันต่างๆ ของผู้บริจาคเลือดก็ดีขึ้นตามไปด้วย ไม่จำเป็นต้องเล่นกีฬาหนักๆ เพียงแค่บริหารร่างกายให้พอกระตุ้นหัวใจเล็กน้อย เช่น กระโดดตบ เล่นฮูลาฮูป วิ่งจ็อกกิ้ง แอโรบิค เป็นต้น ยิ่งหัวใจได้รับการกระตุ้นมากเท่าไรก็ยิ่งแข็งแรงมากขึ้นเท่านั้น ในแต่ละสัปดาห์จึงควรมีตารางการออกกำลังกายสัก 3-4 วันเสมอ

ติดตามข่าวสุขภาพและติดตามมาทำ การเล่นโยคะ เพื่อสุขภาพร่างกายที่ดีในวันนี้กันเถอะ!!