โรค เริมที่ริมฝีปาก ของเราให้มากขึ้น ทั้งสาเหตุและวิธีแก้ไข ติดต่อได้หากไม่ระวัง

ริมฝีปากของเรานั้น ถือเป็นจุดเด่นบนใบหน้า หากริมฝีปากสวยได้รูป ดูอวบอิ่ม นอกจากจะทำให้ดูมีเสน่ห์แล้ว ยังดูเป็นคนที่มีสุขภาพดีอีกด้วย แต่โรคร้ายที่มักเกิดขึ้นกับริมฝีปากสวยของเรานั้น ก็มีอยู่มากมาย หากไม่ระมัดระวังอาจก่อให้เกิดอันตรายได้อย่างไม่รู้ตัว โรค “เริม” ก็เป็นหนึ่งในโรคที่เกิดขึ้นบริเวณริมฝีปากอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ และถึงจะรักษาจนหายดีแล้ว เจ้าเชื้อไวรัสตัวร้ายนี้ก็จะยังคงอยู่ในร่างกายของเราไปอีกนาน และจะมีอาการกำเริบขึ้นก็ต่อเมื่อร่างกายอ่อนแอ ดังนั้น ลองมาทำความรู้จักกับโรค เริมที่ริมฝีปาก ของเราให้มากขึ้น ทั้งสาเหตุและวิธีแก้ไข ดังนี้

โรค เริมที่ริมฝีปาก นั้น เมื่อเป็นโรคจะมีลักษณะเป็นตุ่มน้ำใส แผลพุพองบริเวณริมฝีปากบน หรือล่าง เมื่อมีอาการปวด แสบร้อน หรือคัน และอาจมีอาการหนักขึ้นหากโดนแสงแดด ถูกกระตุ้นจากภูมิต้านทานภายในของร่างกาย เช่น เป็นแผลในช่องปาก ร้อนในร่วมด้วย หรือแม้แต่เป็นช่วงที่มีประจำเดือน

สำหรับบางคนอาจมีอาการไข้ ปวดศีรษะ ปวดตามเนื้อตัว หรือต่อมน้ำเหลืองโต เมื่อได้รับเชื้อใน 1-2 วันแรกอาจจะยังไม่แสดงอาการ แต่เมื่อวันที่  3-12 ของการติดเชื้อนั้น จะมีอาการดังที่กล่าวมาเกิดขึ้น 

สาเหตุของโรค เริมที่ริมฝีปาก นั้น เกิดจากการได้รับเชื้อไวรัส Herpes simplex (HSV) ซึ่งติดได้จากผู้ที่มีเชื้ออยู่แล้วจากการสัมผัสสารคัดหลั่งเช่น น้ำลาย น้ำเหลือง อสุจิ หรือแม้แต่การใช้ของส่วนตัวร่วมกัน เช่น การแบ่งปันเครื่องสำอางอย่างลิปสติก การแบ่งปันอาหารโดยใช้ช้อนคันเดียวกัน หรือแม้แต่การออรัลเซ็กส์ซึ่งจะทำให้เกิดเริมได้ทั้งที่ริมฝีปากและอวัยวะเพศ การรักษาโรคหากเป็นยาทาภายนอกอย่างครีม Docosanal (Abreva)

ซึ่งเป็นยารักษาที่หาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไป แต่หากเป็นยาทานอย่างยา Acyclovir (Zovlrax) หรือยา Valacyclovir (Valtrex), Famciclovir (Famvir) เป็นยาสำหรับรักษาโรคนี้โดยเฉพาะ แต่ต้องสั่งจากโดยแพทย์เท่านั้น โดยเมื่อได้รับการรักษาจะดีขึ้นตามลำดับภายใน 72 ชั่วโมง หรือใช้วิธีรักษาเองที่บ้าน เช่นการประคบเย็น หรือใช้เจลว่านหางจระเข้ทาที่บริเวณเป็นแผลก็จะสามารถบรรเทาอาการได้

อย่างไรก็ตามเมื่อรักษาหายแล้ว แต่เชื้อไวรัสเริมนั้นจะคงอยู่ในร่างกายของเรา เพียงแต่ไม่แสดงอาการ เว้นแต่หากร่างกายอ่อนแอ เพราะโรคเริมนั้นสามารถกลับมาเป็นได้ และมักจะมีอาการรุนแรงเมื่อกลับมาเป็นซ้ำอีกรอบ ดังนั้น วิธีที่ดีที่สุดคือ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ไม่เครียด รักษาความสะอาดหมั่นล้างมือบ่อยๆ หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับผู้อื่น ไม่ใช้สิ่งของส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น รวมไปถึงงดมีเพศสัมพันธ์กับคนแปลกหน้าด้วย เท่านี้ก็สามารถดูแลตัวเองให้ปลอดภัยจากโรคได้แล้ว

ติดตามข่าวสุขภาพและติดตามรวมเด็ด สมุนไพรแก้ปวดเมื่อย ตามร่างกาย ที่แก้ช่วยอาการปวดได้อยู่หมัด