อาการนิ้วล็อค อันตรายใกล้ตัวของคนยุค New normal มีความเสี่ยงสูง

อาการนิ้วล็อค ที่พบมากสำหรับคนที่ใช้ชีวิตในปัจจุบัน เพราะมีความเสี่ยงสูง โดยอาการนี้มักจะเกิดขึ้นได้กับผู้ที่ใช้ฝ่ามือเป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็นพนักงานบริษัทที่ต้องทำงานอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ และต้องใช้มือกับแป้นคีย์บอร์ดเป็นเวลานาน ผู้ที่ใช้สมาร์ทโฟนเป็นเวลานาน หรือแม้แต่ในบางครั้งก็จะมักพบในกลุ่มผู้สูงอายุ ที่เกิดจากการใช้งานของอวัยวะบริเวณมือเป็นเวลานาน จนเกิดความเสื่อมของเส้นเอ็น โดยอาการทั่วไปของนิ้วล็อคมีดังนี้

อาการทั่วไปที่สามารถสังเกตได้ หากคุณรู้สึกว่าตนเองเป็นนิ้วล็อค โดยอาการจะแบ่งเป็น 4 ระดับ 

1. มีอาการปวดแป๊บ หรือปวดเมื่อย บริเวณฝ่ามือ แต่ยังสามารถเคลื่อนไหวใช้งานมือได้ปกติ

2. เริ่มมีอาการปวดมือและนิ้วมือมากขึ้น ไม่สามารถเหยียดนิ้วมือให้สุด หรือมีอาการกำมือได้ไม่สุด เริ่มเคลื่อนไหได้ยากขึ้น ปลอกของเส้นเอ็นในนิ้วมือเริ่มตีบลง

3. เริ่มมีอาการนิ้วมือค้าง เมื่อกำมือแต่จะไม่สามารถเหยียดนิ้วมือออกได้ ต้องใช้มืออีกข้างช่วยเหยียดออก หรือเมื่อเหยียดนิ้วมือออกจะไม่สามารถงอนิ้วลงมาได้ มีอาการปวดนิ้วมือร่วม หรือชาที่นิ้วมือ ฝ่ามือ 

4. เกิดการบวมอักเสบ นิ้วมือโก่งงอ ไม่สามารถใช้งานในชีวิตประจำวันได้แบบอย่างปกติ มีลักษณะนิ้วเกยกัน แข็งทื่อ

อาการนิ้วล็อค นั้น หากปล่อยทิ้งไว้อาจจะทำให้ข้อต่อยึด เกิดผังพืด เหยียดข้อนิ้วมือไม่ได้ หากร้ายแรงที่สุด คือทำให้พิการได้ ปัจจัยที่ทำให้เป็นโรคนิ้วล็อคคือ ผู้ที่ใช้งานฝ่ามือ นิ้วมือเป็นประจำ อย่างพนักงานที่พิมพ์งานอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นระยะเวลานาน หรือ ผู้ที่เล่นเกมจากสมาร์ทโฟนเป็นเวลานาน เกิดการบีบ กำ กระแทกของมืออยู่บ่อยครั้ง และกินเวลานาน ส่วนในผู้สูงวัยมักจะเกิดในช่วงอายุ 50-60 ปีขึ้นไป

และมักพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย อีกทั้งยังมักพบในผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวอย่างโรคเบาหวานด้วย หากเป็นในระยะแรกสามารถรักษาได้เองด้วยวิธีต่างๆ เช่น การแช่มือในน้ำอุ่นเป็นเวลา 15 นาที หรือทานยาลดการอักเสบของเส้นเอ็น ไม่ควรใช้สารสเตียรอยด์ ร่วมกับการทำกายภาพนิ้วมือ ฝ่ามือ เพื่อลดอาการปวดและบวมของเส้นเอ็น โดยการแช่พาราฟิน หรือหมั่นบีบนวดนิ้วมือ อยู่เป็นอย่างสม่ำเสมอ แต่ถ้าหากอาการไม่ดีควรรีบพบแพทย์ เพื่อทำการรักษาโดยวิธีการผ่าตัดต่อไป

อย่างไรก็ตาม อาการนิ้วล็อคนั้น เป็นโรคที่ป้องกันได้ และสามารถรักษาให้หายขาดได้ โดยวิธีการป้องกัน คือ ไม่ควรใช้งานนิ้วมือเป็นเวลานาน หรือกิจกรรมที่ต้องใช้มือบีบแน่นมากๆ เช่น การเล่นเกมส์บนสมาร์ทโฟนนานๆ หรือการออกแรงบิดผ้าให้แห้งมากๆ เป็นต้น หมั่นบริหารข้อมือ นิ้วมืออยู่เสมอ เพื่อเป็นการผ่อนคลายกล้ามเนื้อ และถ้าหากรู้สึกถึงความผิดปกติของมือก็ควรรีบรักษาเสียแต่เนิ่นๆ จะได้ไม่มีอาการรุนแรงจนขึ้นขั้นอันตรายด้วย

ติดตามข่าวสุขภาพและติดตามวิธีป้องกันโรค เครียดลงกระเพาะ สำหรับคนวัยทำงาน ป้องกันไม่ให้เป็นโรคนี้