ปวดศีรษะข้างเดียว หรือปวดไมเกรน ปัญหาที่ไม่ควรมองข้าม

บ่อยครั้งที่เรามักจะปวดหัวข้างเดียวแบบไม่รู้สาเหตุ บางคนอาจปวดหัวอยู่เพียงช่วงเวลาเดียว ไม่นาน หรือสำหรับบางคนอาจจะปวดหัวข้างเดียวข้ามเป็นวัน โดยที่แม้แต่จะทานยาแก้ปวด แต่อาการก็ไม่หายไป โดยหลายคนอาจมองข้ามเพราะคิดว่าทานยาแล้วอาการก็หายไป แต่ความจริงแล้ว การ ปวดศีรษะข้างเดียว และปวดอยู่เป็นประจำ อาจนำไปสู่อันตรายต่อร่างกายที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น หากไม่แก้ไขอาจจะทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนได้ ลองมาทำความเข้าใจกับปัญหาปวดศีรษะข้างเดียว หรือปวดไมเกรนกัน และวิธีแก้ไขอย่างง่ายที่คุณสามารถทำได้ ดังนี้

อาการ ปวดศีรษะข้างเดียว หรือ เรามักเรียกกันว่า “ปวดไมเกรน” เป็นอาการปวดศีรษะแบบข้างใดข้างหนึ่งอย่างรุนแรง อาการเหมือนปวดตุ๊บๆ ในหัว อาจมีอาการปวดร้าวลงมาถึงกระบอกตา และมีอาการวิงเวียน คลื่นไส้อาเจียนร่วมด้วย หากมีอาการหนักอาจถึงขั้นตาพร่าเบลอ แขนขาอ่อนแรงด้วย โดยการปวดศีรษะนั้น มักมีหลายสาเหตุ เช่น

1. นอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ หลายคนที่มีอาการปวดศีรษะข้างเดียวบ่อยครั้ง มักจะนอนน้อย หรือนอนดึกอยู่เป็นประจำ ดังนั้น พยายามนอนให้ได้อย่างน้อย 6-8 ชั่วโมงต่อวันเพราะนอกจากจะช่วยให้ร่างกายได้พักผ่อนอย่างเต็มที่แล้ว ยังทำให้มีสุขภาพแข็งแรงอีกด้วย

2. ความเครียด แม้จะเป็นเรื่องที่ห้ามไม่ได้ เพราะในชีวิตประจำวันของแต่ละคนนั้นต้องเจอกับปัญหาที่หลากหลายต่างกันไป แต่หากพยายามไม่คิดมาก มองโลกในแง่บวก ทำใจปล่อยวาง ลดอาการเครียดลงจะทำให้อาการปวดบรรเทาได้อีกทางหนึ่ง

3. เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน หรืออาหารบางประเภท สำหรับเครื่องดื่มคาเฟอีนอย่างเช่น กาแฟ หากดื่มมากเกินไปอาจทำให้ร่างกายมีอาการปวดศีรษะยิ่งกว่าเดิม แต่ในขณะเดียวกัน หากคุณดื่มกาแฟเป็นประจำ แต่กลับเลิกดื่มกลางคัน ก็ทำให้มีอาการปวดศีรษะได้เช่นกัน หรืออาหารบางชนิด ก็ไม่ควรทานมากเกินไปอย่างเช่น ของหมักดอง อาหารแปรรูปอย่างพวกเบคอน ไส้กรอก หรือแม้แต่ช็อกโกแลตด้วย

4. อยู่ในที่แสงจ้า เสียงดัง หรืออยู่ในพื้นที่มีอากาศร้อนจัด การโดนแสงแดดที่แรงมากเกินไป หรือแม้แต่อยู่ในพื้นที่มีอากาศร้อน ยิ่งเป็นเหมือนตัวกระตุ้นให้ปวดศีรษะได้เช่นกัน รวมไปถึงหากได้ยินเสียงที่ดังอย่างในงานคอนเสิร์ต แป็นต้น

อย่างไรก็ตามอาการปวดศีรษะ หรือปวดไมเกรน มีวิธีแก้ไขง่ายๆ เพียงปรับพฤติกรรมของตนเองไม่ให้ทำร้ายสุขภาพ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ เลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ และหมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

การนวดหรือกดจุดสามารถช่วยได้เช่นกัน หรือจุดน้ำมันหอมระเหยก็จะเป็นการช่วยผ่อนคลายอาการปวดศีรษะได้ ลองเลือกกลิ่นเปปเปอร์มิ้นท์ หรือกลิ่นลาเวนเดอร์จะยิ่งทำให้ร่างกายกระปรี้กระเปร่า สดชื่น แต่หากไม่ดีขึ้นควรทานยาที่เป็นยาแก้ปวดไมเกรนโดยเฉพาะอย่างกลุ่มยาไอบูโพรเฟน แต่ถ้าหากไม่ดีขึ้น หรือมีอาการปวดขั้นรุนแรง ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อทำการรักษาจะดีที่สุด

ติดตามข่าวสุขภาพและติดตามในการ เทรนออกกำลังกาย หรือในงานฟิตเนสต่างๆ อย่าลืม “ระนาบ” กันนะ