ซื้อกิน ก็มีผลจากจิตใจนะ! ซื้อรักแท้ด้วย “เงิน” จะได้ความรักกลับมา จริงหรือ?

กว่าจะเขียนบทความนี้ได้  ผู้เขียนยอมรับตรงๆ ว่ารู้สึกตกใจพอสมควร  เมื่อผู้เขียนเคยไปร้านอาหารแถวบ้าน แล้วได้ยินโต๊ะข้าง ๆ พูดประโยคหนึ่งที่ดูท่าทางสนุกปากพอสมควรว่า “เดี๋ยวนี้ใช้เงิน ซื้อกิน เหรอ?” จนเป็นแรงบันดาลใจในการเขียนบทความจิตวิทยาเรื่องนี้ขึ้นมา ก็แอบสงสัยว่าความรักสมัยนี้ถูกซื้อกันด้วยเงินง่าย ๆ เลยเหรอ แน่นอนว่าความรักกับเรื่องเงินตรา มันเป็นอะไรที่สวนทางกันจริง ๆ เพราะในชีวิตประจำวันก็ต้องการเงินเพื่อแลกเปลี่ยนปัจจัย 5 (อาหาร, เครื่องแต่งกาย, ยารักษาโรค, ที่อยู่อาศัย และเทคโนโลยี) แต่ในขณะเดียวกัน มนุษย์ก็ต้องการความรัก ซึ่งเป็นความต้องการของคนทั่วไปที่อยากจะมี  เพื่อชดเชยในสิ่งที่ตนไม่มีหรือสิ่งที่ขาดหายไปในทางจิตวิทยา

“ซื้อกิน” ในทางจิตวิทยา

คำว่า “ซื้อกิน” ฟังไปก็ดูไม่ดีเท่าไหร่นัก เหมือนกับว่าใช้เงินฟาดทุกอย่าง  แต่มันก็เป็นเรื่องที่ผู้เขียนจะเขียนบทความเกี่ยวกับเรื่องนี้ ได้ฟังก็น่าสนใจไม่ใช่น้อย ถ้ามองในมุมมองทางจิตวิทยา   การซื้อกินก็คือการตอบสนองความต้องการของตนเองนี่แหล่ะ แต่เพียงแค่ว่าคนที่มีเงินสามารถทำได้ ซื้อได้โดยไม่เสียดายงบเลย ซึ่งมีทั้งผู้ชายและผู้หญิงที่ซื้อกินเพศตรงข้าม เพศเดียวกัน หรือเพศที่สามได้ไม่แพ้กันเลย แต่มันอยู่ที่ว่า…เพศไหนจะตอบโจทย์กับการซื้อกินมากกว่ากัน? จะแบ่งสาเหตุของคนที่ลงเอยด้วยการซื้อกินดังนี้

1. อยากได้คนนี้…ต้องการผูกมัด!

นี่ก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่เกิดทั้งชายและหญิงที่ใช้เงินเป็นตัวดึงดูด  แม้กระทั่งเพศที่สามทำให้เกิด Drive (แรงขับ) ทางจิตวิทยาในการทำสิ่งนั้น ส่วนหนึ่งก็คือประสบการณ์เลวร้าย  บางคนอาจจะโหยหารักแท้  ไม่มีความสุขในเพศที่ตนเองเป็น  หรือมีปมแบบหารักแท้ไม่เจอ เลยตัดสินใจแบบนั้น การจ่ายเงินซื้อรักแท้ เลี้ยงดูเขา อาจเป็นเพราะอีกฝ่ายไม่มีเงิน แล้วเกิดชอบใจ เลยอยากได้คนนี้มีไว้ครอบครองของตนเอง เข้าใจว่าการนำเงินปรนเปรอ เพื่อที่เขาจะได้ไม่ต้องไปไหน จะไม่ทิ้งเราไปหาใครอีก พออีกฝ่ายมีคนรักก็ตีโพยตีพายตามราวีชนิดที่ว่า “คนนี้ของฉัน” แต่ลืมไปว่า…สถานะที่ให้และได้มา อาจจะได้แค่คนชั่วคราว ไม่จีรังยั่งยืน เงินที่ให้มา อาจจะล็อกตัวเขาได้ แต่ไม่มีทางได้ใจเขากลับไป ที่ทนไปเพราะผลประโยชน์  เพื่อสิ่งที่จำเป็น  หรือ Need  ในทางจิตวิทยาเท่านั้นเอง

2. โรคใคร่ไม่รู้อิ่ม (Hypersexuality)

โรคใครไม่รู้อิ่มคือโรคในทางจิตเวชที่ไม่สามารถควบคุมความต้องการทางเพศได้เลย เอาง่าย ๆ คือควบคุม ระงับความอยากไม่ได้เลย ถ้าในกรณีคนที่ ซื้อกิน เป็นผู้หญิงมีกำลังเงินมาก  แม้แต่ผู้ชายที่มีรสนิยมรักร่วมเพศ  จะมีโอกาสเป็น Nymphomania หรือโรคขาดผู้ชายไม่ได้ ที่ต้องซื้อกินเพื่อตอบสนองความต้องการของตนเอง แต่ถ้าเป็นคนที่ซื้อกินเป็นผู้ชาย หรือมีเด็กในสังกัดเป็นสต็อก จะมีโอกาสเป็น Satyriasis หรือโรคขาดผู้หญิงไม่ได้เช่นกัน  โรคนี้ควรรักษาโดยนักจิตวิทยาหรือจิตแพทย์เพื่อดูอาการอย่างใกล้ชิด

3. ทำสถิติ

ในทางจิตวิทยาซึ่งจะเกี่ยวข้องในเรื่องแข่งขัน (Competitive) จะเห็นบางคนที่พูดกันในหมู่เพื่อน ว่าฉันทำได้กี่คน แล้วแข่งขันกัน จะมีซื้อบริการทางเพศด้วยเงิน เหมือนผู้ขอรับบริการกับผู้ใช้บริการ ในผู้ชายจะแสดงความเป็นชายชาตรีว่า “เสือผู้หญิง” มีอะไรกับใครแล้วไม่เสียหาย แต่ก็ไม่ต่างจากมีเด็กในสังกัดลับ ๆ หลายคน และถ้าเป็นผู้หญิงจะกลายเป็น “ล่าแต้ม” ซึ่งจะทำกันในหมู่เพื่อนว่า ไปนัวเนียกับคนนี้มา ไปล่าแต้มกับหนุ่มคนนี้มา บางคนอาจจะรวยเลยใช้วิธีจ่ายเงินซื้อ หรือที่เรียกกันภาษาปากว่า “เปย์ผู้” ไม่ว่าชายหรือหญิงอาจใช้สิ่งล่อใจก็คือ…เงิน เพื่อทำสถิติในการสร้างตัณหาให้ตัวเอง  แต่ก็มีไม่น้อยที่ไม่พอและบางคนเบื่อไปเลย

4. ประสบการณ์ความรักที่ไม่ดี

นี่ก็เป็นอีกปัจจัยในทางจิตวิทยาที่ทำให้ซื้อกินได้ง่าย เช่น คนที่มีประสบการณ์ไม่ดีเกี่ยวกับความรัก หรือปัญหาครอบครัวที่ต่างคนต่างไม่พอใจใส่กัน  เช่น เห็นภาพพ่อหรือแม่มีแม่ใหม่  มีพ่อใหม่  พ่อแม่ทะเละกันให้เห็น  สามีภรรยาใช้ความรุนแรง  ด่าทอลูกว่าลูกน่ารังเกียจในสายตาพ่อแม่  หรือสอนลูกจบปัญหาด้วยเงินตั้งแต่เด็ก ทำให้มีปมฝังใจตั้งแต่เด็ก หรือไม่พอใจในเรื่องบนเตียงไม่ว่าจะภรรยาหรือสามี จะเกิดปัญหาครอบครัวไม่อบอุ่นมากกว่าใคร ๆ ทัศนคติกับเรื่องความรักจะกลายเป็นเรื่องไร้สาระ และน่ารังเกียจไปโดยปริยาย

ในปัจจุบันแม้ว่าบ้านเราจะเป็นเมืองพุทธ แต่เรื่องซื้อกินกลายเป็นเรื่องปกติที่น่าเจ็บปวดและน่าตกใจไปพร้อม ๆ กัน ภาพนั้นมันสื่อให้เห็นว่ามนุษย์มีจิตใจต่ำทรามลง  นึกถึงแต่กามารมณ์มากขึ้น จนในหัวนึกแต่คำว่า Sexual อยู่เสมอ ซึ่งจะไม่ต่างอะไรจากการขาดความยับยั้งชั่งใจในทางจิตวิทยาเลย สนับสนุนให้มนุษย์เป็นชู้กันมากขึ้น และสภาพจิตใจเริ่มเลวร้ายลงจนเหมือนลูกโซ่เรื่อย ๆ โดยเฉพาะในเด็กที่เห็นภาพไม่ดีจากพ่อแม่ที่ส่งผลตอนโต ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้ชายหรือผู้หญิง หรือเพศที่สาม แต่สิ่งที่จะแก้ปัญหาการใช้เงินซื้อกินได้มากที่สุดก็คือ หัวใจของคุณรู้จักพอหรือยัง เพราะนี่แหล่ะจะเป็นตัวบ่งชี้ว่าคุณพอใจในความรัก พอใจในสิ่งที่ตนมี หรือมองเห็นคุณค่าของตนเองหรือยัง 

จิตวิทยาความรักนั้นบางทีควรระวังอย่างมาก  เพราะยิ่งตะเกียกตะกายมากเท่าไหร่  ความรักจะดูไกลตัวออกไปจนคว้าไม่ได้  แล้วเราคงไม่ต้องลงเอยด้วยเงินเพื่อ “ซื้อกินใคร” หัวใจจะเจอคนที่ดีได้  หัวใจต้องรู้จักพอด้วย ถ้าเราไม่รู้จักพอกับสิ่งที่อยู่ตรงนี้ เราจะต้องร้องหารักแท้ไม่มีสิ้นสุด อีกทั้งเราจะต้องจ่ายรักแท้ในรูปเงิน จนลืมไปว่าเงินอาจจะตอบโจทย์ แต่ไม่สามารถจ่ายความรักให้ใครมารักเราได้ แค่เพราะเราไม่รู้จักรักตนเอง ให้เกียรติตนเอง คนที่เห็นค่าตัวเราจะเข้ามาเองโดยไม่ต้องลงเอยคำว่า “ซื้อกิน” เพื่อรักแท้

ติดตามข่าวสุขภาพและติดตามสุขภาพ-จะรู้ได้อย่างไรหากพบว่าตัวเองเป็น โรคเบาหวาน