เราจะพาคุณมาทำความรู้จัก โรคเบาหวาน ที่หวานไม่เบาเหมือนชื่อ

โรคเบาหวาน ตามที่ทุกคนเข้าใจกันก็คือโรคที่มีน้ำตาลในเลือดสูงกว่าคนปกติ เพราะอะไร ก็เพราะเกิดจากความผิดปกติของการทำงานของอินซูลิน ( Insulin ) หรือตับที่ผลิตอินซูลินออกมาไม่เพียงพอต่อการทำหน้าที่ในการนำหรือดูดซับน้ำตาลในกระแสเลือดไปหล่อเลี้ยงอวัยวะต่างๆ ของร่างกาย และถ้าหากอินซูลินมีภาวะทำงานไม่เต็มที่ จะทำให้มีน้ำตาลสูงและตกค้างในกระแสเลือดมากเกินไป ส่งผลให้ไตดูดซับน้ำตาลได้ไม่หมด จนเกิดรั่วไหลปนมากับปัสสาวะ

อาการแรกเริ่ม ของโรคเบาหวาน ที่สามารถจะสังเกตได้ง่ายๆ ก็คือมีอาการปัสสาวะบ่อย อั้นปัสสาวะไม่ค่อยได้ ถ้าลองใช้วิธีแบบชาวบ้านๆ ก็ลองดูโถปัสสาวะว่ามีมดมาเกาะไหม ถ้ามีก็อาจจบ่งบอกได้ว่าในปัสสาวะมีปริมาณน้ำตาลสูง สำหรับอาการที่มีร่วมด้วยก็คือ อ่อนเพลียไม่มีแรง ถ้าพบลักษณะอาการตามที่กล่าวมานี้ ก็ควรจะไปปรึกษาแพทย์จะดีที่สุด อย่าปล่อยให้มีอาการเรื้อรัง จนเกิดโรคแทรกซ้อนขึ้นมาได้

ภาวะแทรกซ้อนจากโรคเบาหวานเกิดขึ้นได้อย่างไร ตามที่กล่าวมาเมื่อในกระแสเลือดมีภาวะน้ำตาลสูง ไม่สามารถนำไปใช้ได้จนเกิดภาวะน้ำตาลตกค้างและไปเกาะอยู่กับเม็ดเลือดขาว ซึ่งเม็ดเลือดขาวมีหน้าที่ในการต่อสู้กับเชื้อโรคต่างๆ เพื่อให้ร่างกายแข็งแรง แต่เมื่อเม็ดเลือดขาวอ่อนแอลงประสิทธิภาพในการต่อสู้กับเชื้อโรคต่างๆก็ลดลงด้วยเช่นกัน ดังนั้นก็จะมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนที่เกิดจากโรคเบาหวาน ได้ เช่น โรคเบาหวานขึ้นตา ภาวะของโรคไต เนื่องจากน้ำตาลสูงไตก็จะทำงานหนักมากขึ้น อีกอาการที่ควรจะสักเกตได้ง่ายๆ คือจะชาตามมือและเท้า และจะปวดขามากเวลาเดิน ภาวะแทรกซ้อนอีกอย่างที่ถือว่ารุนแรง คือภาวะหลอดเลือดหัวใจตีบ เลือดไปเลี้ยงหัวใจไม่พอ ความดันต่ำ และอาจทำให้หัวใจวายได้

สำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน จำเป็นอย่างมากที่จะต้องดูแลและใส่ใจมากๆในการควบคุมอาหาร ควรเลือกรับประทานอาหารที่มีปริมาณน้ำตาลไม่สูง ทานอาหารให้ครบทุกมื๊อแต่เน้นอาหารสำหรับผู้ป่วยเบาหวานเป็นพิเศษ นอกจากนั้นออกกำลังกาย และทานยาตามแพทย์สั่ง

ติดตามข่าวสุขภาพและติดตามคราวนี้เราจะชวนไปดู กาแฟ 1 แก้วส่งผลต่อร่างกาย อย่างไร