คุณเคยได้ยินคำว่า“การบูลลี่”ไหม? งั้นมาลองคิดตามดูนะ

การบูลลี่

เคยไหมที่รู้สึกว่าคำพูดบางคำพูด ถ้าไม่ได้พูดออกมาเรายังจะรู้สึกดีกว่านี้เยอะเลย 

เคยไหมที่โดนว่าด้วยถ้อยคำที่หยาบคายเกี่ยวกับรูปร่างหน้าตาของเรา

เคยไหมที่ต้องโดนทักด้วยถ้อยคำที่ว่า “อ้วนขึ้นนะ ดำขึ้นนะ ไปทำอะไรมา” มากกว่า “เป็นไงบ้าง สบายดีไหม”

เคยไหมที่โดนรังแกเพราะเพียงแค่เขามองว่าเราอ่อนแอกว่าเขา

ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ มันคือ “การบูลลี่

ในปัจจุบันนี้ค่อนข้างที่จะได้ยินบ่อยครั้ง ซึ่งการบูลลี่ในสังคมไทยค่อนข้างที่จะเห็นกันได้ชัดเจนในทุกวัย ซึ่งเกิดได้ทุกที่ทุกเวลาในชีวิตประจำวันของเรา ไมว่าจะเป็นสถานที่ทำงาน โลกออนไลน์หรือแม้กระทั่งสถานศึกษา จนใครหลายๆคนมองว่าเป็นเพียงปัญหาเล็กน้อย แต่ในคนที่เป็นเหยื่อกลับรู้สึกกลัวการเข้าสังคมไปโดยปริยาย

การบูลลี่เป็นพฤติกรรมที่ล้อเลียน กลั่นแกล้ง ทำร้ายทั้งร่างกายและจิตใจของผู้อื่น ไม่ว่าจะด้วยถ้อยคำหรือการกระทำ ตัวอย่างที่เห็นกันได้ชัดเจน ก็คือการบูลลี่เรื่องรูปร่าง หน้าตา ฐานะ ถ้าในสังคมออนไลน์จะเป็นการประจานกันในโลกโซเชียล ไม่ว่าจะเป็นการโพสต์ คอมเม้นท์ การบูลลี่นั้นผู้ถูกกระทำต้องเจอกับผลกระทบมากมาย ไม่ว่าจะด้านจิตใจ ที่ฝังลึกลงไปจนอาจกลายเป็นความรู้สึกว่าด้อยค่า มีปมด้อย  ไม่มีอะไรที่ดี รู้สึกแย่ เครียด อับอาย ในด้านร่างกายหากถูกทำร้ายก็จะเกิดความบาดเจ็บและความแค้นได้ โดยผู้กระทำต้องการเพียงแค่ความสนุก โดยที่เขาไม่ได้สนใจความรู้สึกของผู้ถูกกระทำเลย

ในปัจจุบันมีการรณรงค์ไม่ให้มีการบูลลี่ผู้อื่น แต่ก็ยังมีให้เห็นกันอยู่ ในเมื่อเราไม่สามารถบังคับผู้อื่นได้ ดังนั้นเราจึงต้องเตรียมรับมือกับการถูกบูลลี่ เช่น การเดินหนีออกมา การมั่นใจในตัวเอง การรู้สึกถึงคุณค่าของตัวเอง การไม่ตอบโต้โดยการใช้กำลัง การนิ่งเฉยเพื่อให้ผู้กระทำรู้สึกเบื่อและถอยออกไปเอง ทั้งนี้การที่คุณเหยียบคนอื่นเพื่อให้ตัวเองสูงกว่า มันไม่ใช่เลย มันทำให้คุณดูต่ำที่สุดมากกว่าอีก อย่าบูลลี่ผู้อื่นเลย ลองคิดกลับกันดูสิว่าคุณจะรู้สึกอย่างไรถ้าคุณเป็นผู้ถูกกระทำ

ติดตามข่าวสุขภาพและติดตามการบอกต่อ 5 ประโยชน์จากการดื่มน้ำขิง ดีต่อสาว ๆ เป็นพิเศษ