เสพติดความหวาน อันตรายใกล้ตัวทีไม่ระวังอาจถึงตาย

คนจำนวนมากมักจะ เสพติดความหวาน โดยไม่รู้ตัว จะสังเกตได้ว่าปัจจุบันนี้เมื่อเราเข้าไปรับประทานอาหารหลายๆ ร้านหรือ ซื้ออาหารสำเร็จรูปมารับประทาน มักจะติดรสชาติหวาน รวมถึงร้านน้ำ ร้านขนม ที่ผุดขึ้นมากในปัจจุบัน ก็เป็นตัวชี้วัดตัวหนึ่งว่าการบริโภคน้ำตาลของเรา เพิ่มขึ้นกว่าแต่ก่อนอย่างแน่นอน เมื่อเราบริโภคน้ำตาลในปริมาณเยอะทุกวันจนทำให้มันกลายเป็นความเคยชิน จนกลายเป็นการเสพติดน้ำตาล เมื่อไหร่ที่ขาดน้ำตาลหรือขาดความหวานจะทำให้กระวนกระวาย หงุดหงิด อารมณ์แปรปรวน ไม่ต่างจากคนติดสารเสพติดเลยก็ว่าได้

เสพติดความหวาน

1. โรคเบาหวาน เพราะร่างกายต้องผลิตอินซูลินออกมาเยอะเพื่อลดระดับน้ำตาลในเลือด  

2. โรคอ้วน เนื่องจากน้ำตาลสามารถเปลี่ยนเป็นไขมันได้ 

3. โรคหัวใจ หากระดับน้ำตาลในเลือดมีมากจะส่งผลต่อการสูบฉีดเลือดไปยังหัวใจ 

4.โรคกระดูกพรุน เมื่อเสพติดน้ำตาลจะทำให้เกิดภาวะเลือดเป็นกรด ร่างกายต้องปรับสมดุลโดยการดึงแร่ธาตุในร่างกายมาใช้

บางคนอาจจะคิดว่าเลิกน้ำตาลแบบหักดิบไปเลยดีไหมจะได้ต่อสุขภาพ ถ้าใครคิดแบบนี้บอกเลยว่าผิดสุดๆ เพราะตอนแรกอาจจะลดได้ แต่เมื่อเวลาผ่านไป จะทำให้ร่างกายก่อกบฏ กลับมาเสพติดความหวานเยอะกว่าเดิมเท่าตัว หรือเรียกว่าโยโย่ ดังนั้นควรค่อยๆ ลดน้ำตาลลงทีละน้อยๆ จะดีกว่า

นอกจากการลดพวกขนม ของหวาน น้ำอัดลม และน้ำชงต่างๆ ที่เป็นตัวส่งเสริมให้ เสพติดความหวานแล้ว อย่าลืมว่าไม่ใช่แค่พวกนี้เท่านั้นจะมีน้ำตาลเป็นส่วนผสม แต่กับข้าวที่เรารับประทานทุกวันก็มีเครื่องปรุงที่เรียกว่าน้ำตาลเป็นส่วนหนึ่งในการปรุงรสชาตให้กลมกล่อม ดังนั้นเราก็ต้องควบคุมไม่ให้มีปริมาณในการใส่ลงไปด้วย บางคนไปกินอาหารนอกบ้านก็อาจจะสั่งร้านค้าว่าให้ทำอาหารรสชาตไม่หวาน หากสั่งพวกก๋วยเตี๋ยว ก็อาจจะลดปริมาณน้ำตาลที่ใส่ตอนปรุงเพิ่ม หรือถ้ามีรสชาตออกหวานแล้วก็ไม่ต้องใสน้ำตาลเพิ่มก็ได้ นี่ก็เป็นวิธีลดการบริโภคน้ำตาลแบบง่ายๆ

ติดตามข่าวสุขภาพและติดตาม3 แหล่งโปรตีนจากพืช ที่บอกเลยว่าดีต่อสุขภาพ คนรักสุขภาพห้ามพลาด