“สวรรค์อยู่ในอก นรกอยู่ในใจ” มีความสัมพันธ์กันทาง จิตวิทยา ได้อย่างไร

เราเคยได้ยินประโยคหนึ่งที่พูดว่า  “สวรรค์อยู่ในอก  นรกอยู่ในใจ”  หรือไม่  แน่นอนว่ามันมีความสัมพันธ์ต่อ จิตวิทยา มนุษย์ไม่ว่าจะโดยตรงหรือโดยอ้อม  และไม่ได้เกิดว่าคนที่นับถือศาสนาพุทธจะต้องเชื่อแบบนี้เพียงอย่างเดียว  หากทุกคนที่อยู่ทุกมุมบนโลกใบนี้   มีโอกาสที่จะรู้สึกเดียวกับสวรรค์อยู่ในอก  นรกอยู่ในใจแน่นอน   เราไม่รู้หรอกว่าเราหรือคนที่เรารู้จักมีอะไรที่ผิดต่อจิตใจเราและตัวเขาเอง  มันจะเป็นสิ่งที่ขุ่นมัวในใจเรา  ไม่ว่าเจตนาดีหรือไม่ดี  หรือถ้าหากเป็นเรื่องที่ดี  ก็เป็นสิ่งที่ประทับใจและอยากเก็บความรู้สึกดีๆ  แบบนี้ต่อไป  ไม่อยากให้รู้สึกแย่เลยในชีวิต

มนุษย์มีความสัมพันธ์ทางด้าน จิตวิทยา อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ซึ่งจะขอแบ่งเป็นข้อๆ  ว่า  อาการอะไรบ้างที่เกี่ยวข้องกับ “สวรรค์อยู่ในอก  นรกอยู่ในใจ”  ตามหลักทางจิตวิทยา

อะไรบ้างที่มีผลต่อจิตใจ

  • Delusion  :  หรือเรียกกันว่าอาการหลงผิด  ซึ่งมักจะเป็นอาการที่เกิดเรื่องต่างๆ  สักเรื่องแต่ผ่านไปแล้วหนึ่งเดือนขึ้นไป  จะเกิดความเชื่อ  หรือความคิดที่ตรงกันข้ามกับความเป็นจริง  จะหลงผิดว่ามีคนเอาคืน  เหนือกว่าใคร  หรือมีคนสะกดรอยตาม  ซึ่งโรคนี้จะเป็นโรคที่ใครๆ  มองว่าต้องไปทำอะไรกับใครมาแน่ๆ  ไม่นั้นคงไม่หลงผิด  หลอนนั่นนี่หรอก  แต่สิ่งนี้กลับสัมพันธ์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้  เพราะนอกจากสื่อด้านพฤติกรรมแล้ว  สภาพแวดล้อม  สิ่งที่เป็นไปส่งผลทางจิตวิทยาได้มากเลยทีเดียว
  • Paronoia  :  หรือเรียกว่า  โรคระแวง  ถ้าใครได้ลองฟังเพลงอย่าร้อนตัว   ของเอ็ม  อรรถพล  จะสื่อด้านความสัมพันธ์ในทางจิตวิทยาชัดเจน  ในชีวิตจริงโรคระแวงเกิดได้ทั้งเราเป็นผู้กระทำและถูกกระทำ  หรือผลพวงที่คนอื่นได้รับไม่ต่างจากเรา  โรคระแวงจะมีความกลัวอันดับแรก  กลัวว่าใครจะทำอะไรไม่ดี  แต่ส่วนมากมักจะเกิดจากตัวเราที่ไปทำกับคนอื่น  แล้วกลัวว่าคนอื่นจะมาทำร้ายมากกว่า
  • Anxiety Disorder  :  หรือโรควิตกกังวลมากเกินไป  ซึ่งเป็นโรคที่พบในคนไทยมากพอๆ  กับซึมเศร้าเลยล่ะ  เพราะมนุษย์มีความกังวลเป็นของธรรมดา  แต่สิ่งที่มีมากเกินไปโดยให้น้ำหนักไปทางการเติบโตในสภาพแวดล้อมไม่ดี  หรือเจอเรื่องร้ายๆ  มาก่อน  ทำให้กังวลว่าจะไม่มีอะไรดีขึ้น  หรือกังวลว่าจะแย่กว่าเดิม  ซึ่งต้องแยกให้ออกระหว่างคิดมากเกินไปและกังวลเกินไปด้วย

สิ่งที่เกิดขึ้นล้วนมีโอกาสให้เกิด  “สวรรค์อยู่ในอก  นรกอยู่ในใจ”  ได้เช่นกัน  ทั้งนี้การที่จะมีโรคทางจิตเวชอื่นที่เป็นตัวแปรทำให้เกิดผลทางจิตวิทยา  อาจจะมีมากกว่านี้ก็ได้  เพราะความสัมพันธ์ของแต่ละคนอาจจะเจอมาคนละรูปแบบ  แต่ถ้าเราคิดดี  ไม่ทำร้ายใครทั้งวาจา  กาย  และใจ  เพียงเท่านี้จิตใจเราก็ไม่ขุ่นมัวหรอก  จริงไหม?

ติดตามข่าวสุขภาพและติดตามThermic Effect of Food มีผลต่อการย่อยอาหารในร่างกายมากแค่ไหน