Thermic Effect of Food มีผลต่อการย่อยอาหารในร่างกายมากแค่ไหน

เวลาเราจะทานอะไรก็ตาม  เรามักจะกังวลว่าอาหารที่เราทานจะย่อยง่ายไหม  หรือย่อยแล้วอาหารที่เราทานเข้าไป  ร่างกายจะย่อยแล้วนำสารอาหารกลับมาใช้ได้ทันที  ไม่ต้องสะสมจนกลายเป็นไขมันใช่ไหม  นี่เองก็เป็นสิ่งที่เราคิดมาตลอด  ไม่ว่าเราจะหาสูตรไหนก็ตามที่จะดูว่าสารอาหารที่เรากินไป  มีคุณค่าทางโภชนาการและการเผาผลาญให้ร่างกายดีมากน้อยแค่ไหน  และจะมีผลต่อการดูดซึมมากน้อยแค่ไหน   เอาล่ะมาทำความเข้าใจความหมายของ  TEF  กันบ้าง  ซึ่งย่อมาจากคำว่า  Thermic  Effect  of  Food (TEF) ซึ่งเป็นค่าที่หาพลังงานจากอาหารที่เราใช้ในการย่อย  การดูดซึมสารอาหาร  สะสมสารอาหารที่เรากิน  ซึ่งเราจะใช้พลังงานนี้เพียง  10%  ของพลังงานที่ใช้  เมื่อบริโภคอาหารและเครื่องดื่มเข้าไป  หรือพลังงานตามสูตรคำนวณ  TDEE  หรือที่เรียกกันว่า  พลังงานเผาผลาญที่เราใช้เวลาในหนึ่งวัน  ซึ่งจะรวมกิจกรรมที่เราทำในแต่ละวันอีกด้วย

ในร่างกายเมื่อรับสารอาหารเข้าไปนั้น  จะเกี่ยวข้องกับการเผาผลาญสารอาหารอยู่เสมอ  ไม่ใช่เพียงแค่ร่างกายต้องการลดน้ำหนักเพียงเท่านั้น  แต่มีผลต่อการสร้างพลังงาน  (Anabolism)  และการสลายพลังงาน (Catabolism)  ซึ่งไม่ใช่แค่ส่งผลต่อ  TEF  เพียงอย่างเดียว  แต่การย่อยอาหารในร่างกายจะส่งผลต่ออัตราการเผาผลาญ  (Metabolic  Rate)  โดยตรง  ขึ้นอยู่ว่าใช้ไปกับอะไรมากกว่ากัน  ถ้าเป็นคนที่ออกกำลังกายเป็นประจำวันหรือนักกีฬา  จะมีอัตราการเผาผลาญมากกว่าคนปกติหรือคนที่ไม่ได้ออกกำลังกายเป็นประจำ

  • สารอาหารที่มีอัตราการเผาผลาญมากที่สุด  เมื่อเราบริโภคเข้าไป  คือโปรตีน  เนื่องด้วยจะเพิ่มการเผาผลาญของอาหาร  20-30%  รองลงมาก็เป็นคาร์โบไฮเดรต  ซึ่งจะเพิ่มการเผาผลาญของอาหาร  5-10%  ส่วนไขมันมีอัตราการเพิ่มการเผาผลาญอาหารอยู่ที่ 0-5% 
  • การเผาผลาญอาหารต้องให้ความสำคัญที่ระบบฮอร์โมนเข้ามาด้วย  เนื่องจากการเผาผลาญดีหรือไม่ดีจะดูที่ไทรอยด์ (Thyroid) เป็นหลัก  เนื่องด้วยฮอร์โมนตัวนี้จะเป็นตัวช่วยปรับสมดุลพลังงานในร่างกาย  และควบคุมกระบวนการเผาผลาญอาหาร (Metabolism)  มีผลต่อน้ำหนักตัวอย่างมาก   โดยเฉพาะไทรอยด์เป็นพิษที่มีโอกาสทำให้น้ำหนักตัวลดลงผิดปกติ  เนื่องจากฮอร์โมนสูงเกินร่างกายที่ได้รับในปริมาณปกติ  จะทำให้การเผาผลาญพลังงานมากกว่าปกติ  ส่วนภาวะขาดไทรอยด์จะเกิดจากการหลั่งฮอร์โมนที่ลดลง  หรือหลั่งน้อยกว่าปกติมากๆ  ทำให้น้ำหนักตัวมากกว่าปกติ

จะสรุปได้ว่า Thermic  Effect  of  Food  ไม่ได้เป็นตัวบ่งชี้ในการลดน้ำหนักเสมอไป  สิ่งที่สำคัญคือ  รับประทานอาหารที่มีประโยชน์  การรักษาสุขภาพและออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ  เพื่อสุขภาพร่างกายและจิตใจที่ดีต่อไปค่ะ

ติดตามข่าวสุขภาพและติดตามอัพเดต กิจกรรมผ่อนคลายตัวเอง ในยามเช้า เป็นการดูแลสุขภาพให้มีความสดชื่น